คำถามที่พบบ่อย FAQ

418 ผู้เข้าชม | 0 Comment


คำถามที่พบบ่อยในการผลิตเครื่องสำอาง

สิทธิ์การเป็นเจ้าของ อย.เป็นของใคร

  • อย.สินค้าทุกตัวที่บริษัทผลิตให้กับลูกค้า สินค้ายังเป็นของบริษัท เพราะผู้ผลิตคือบริษัท แต่”สิทธิ์ในการขาย การจำหน่าย การโฆษณา” จะเป็นของผู้ว่าจ้างผลิตแต่เพียงผู้เดียว ในการทำสินค้าทุกตัวจะมีสัญญาการจ้างผลิต ที่มีข้อกำหนดว่าห้ามบริษัทผลิตสินค้าชื่อนี้ ตัวนี้ให้ลูกค้าท่านอื่นๆ และไม่สามารถขายสินค้าที่มาจ้างเองผลิตได้ เพื่อให้ลูกค้าสบายใจได้ว่า ไม่ว่าลูกค้าจะทำสินค้าดังหรือขายดีขนาดไหน บริษัทผู้ผลิตไม่มีสิทธิ์จะนำสินค้าของลูกค้าไปขายได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม เว้นแต่ได้รับการอณุญาตจากลูกค้าก่อนเท่านั้น

กฏการตั้งชื่อเครื่องสำอาง

  • ควรตั้งชื่อที่ไม่มีความหมายในภาษาอังกฤษ และสื่อไปในทางความสวยงามที่เป็นเครื่องสำอาง
  • ต้องไม่ตั้งชื่อไปในทำนองโอ้อวด ไม่สุภาพ หรือ อาจทำให้เข้าใจผิดจากความจริง
  • ต้องไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง
  • ต้องไม่ใช้ชื่อที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมอันดีงามของไทย หรือส่อไปในทางทำลายคุณค่าทางภาษาไทย
  • ยกตัวอย่าง ชื่อที่ไม่ผ่านในการตั้งชื่อเครื่องสำอาง
    • Judo (จูโด้) เหตุผล อาจทำให้เข้าใจผิดในการอ่านได้ และจูงใจไปในทางเพศ
    • Hair growth (แฮร์ โกล) แปลว่า ทำให้เส้นผมเติบโต ซึ่งเครื่องสำอางไม่เข้าข่ายทำให้เส้นผมงอกได้ เจ้าหน้าที่ว่าแบบนั้น คือไม่ให้มีคำว่า growth นั้นเอง
    • Varicose veins (เวรีคอส เวนส์) แปลว่าเส้นเลือดขอด ซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นเครื่องสำอาง จะเข้าข่ายเป็นยาลดเส้นเลือดขอด
    • ยาหม่อง ไม่เข้าข่ายเป็นเครื่องสำอาง เข้าข่ายเป็นยา
    • Banana (บานาน่า) เป็นชื่อที่สื่อเป็นอาหารไม่ได้สื่อเปฺ็นเครื่องสำอาง

เกี่ยวกับการชำระเงิน

  • การสั่งผลิตสินค้าชำระเงินแบ่งเป็น2งวด
    • งวดที่1 ชำระเงินก่อนผลิตสินค้า 50%
    • งวดที่2 ชำระเงินหลังจากสินค้าพร้อมส่งอีก 50% ลูกค้าต้องชำเงินก่อนส่งสินค้า

เกี่ยวกับการขอรหัสผู้ว่าจ้างผลิตเครื่องสำอาง

  • ผู้ว่าจ้างผลิตต้องขอทุกคน ถ้าลูกค้าเคยขอแล้วก็ไม่จำเป็นต้องขอใหม่

ในการยื่นผู้ว่าจ้างผลิตแบบบริษัท(นิติบุคคล) จะมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

1. สำเนาหนังสือรับรองบริษัท (เซ็นต์และประทับตราทุกหน้า)
2. สำเนาบัตรประชาชน (ผู้ลงนามในบริษัทนั้นๆ เซ็นต์และประทับตรา)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน (ตามที่อยู่จดทะเบียนบริษัท เซ็นต์และประทับตรา)

เอกสารที่ต้องกรอกสำหรับยื่นผู้ว่าจ้างผลิต

1. จดหมายยื่นขอผู้ว่าจ้างผลิต 1 ใบ
2. ใบมอบอำนาจให้ผู้ยื่นของผู้ว่าจ้างผลิตแทน 1 ใบ พร้อมประทับตราบริษัท
** 2 ใบนี้จะมีตัวอย่างให้ โปรดกรอกรายละเอียดตามตัวอย่างที่ส่งให้ค่ะ **

3.เอกสารให้ความยินยอมเก็บข้อมูล

ในการยื่นผู้ว่าจ้างผลิตแบบบุคคล จะมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

1. เอกสารสำเนาบัตรประชาชน (เซนต์สำเนาถูกต้อง)
2. เอกสารสำเนาทะเบียนบ้าน (เซนต์สำเนาถูกต้อง)

 

อกสารที่ต้องกรอกสำหรับยื่นผู้ว่าจ้างผลิต

1. จดหมายยื่นขอผู้ว่าจ้างผลิต 1 ใบ
2. ใบมอบอำนาจให้ผู้ยื่นของผู้ว่าจ้างผลิตแทน 1 ใบ
** 2 ใบนี้จะมีตัวอย่างให้ โปรดกรอกรายละเอียดตามตัวอย่างที่ส่งให้ค่ะ **

3.เอกสารให้ความยินยอมเก็บข้อมูล

รูปแบบการกรอกของนิติบุคคล

รูปแบบการกรอกของบุคคลธรรมดา

เกี่ยวกับการขอใบCFSเพื่อส่งออก

  • ใบ CFS เป็นเอกสารรับร้องที่ออกโดยโรงงานผู้ผลิต เพื่อรับร้องว่าสินค้าผลิตจากที่ใด
  • ใบ CFS เป็นใบรับรองการขาย ที่ออกให้ผู้จ้างผลิตเครื่องสำอางให้ขายได้อย่างถูกกฏหมาย
  • การส่งสินค้าไปขาย ต่างประเทศ ต่องขอใบCFS (Certificate of Free Sale) ทุกครั้ง
  • การขอใบ CFSมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 3000-5000บาทต่อใบ และต่อครั้ง
  • การขอใบ CFS ทุกครั้งต้องระบุประเทศที่ขอด้วยทุกครั้ง และถ้าต้องการขายประเทศอื่นๆที่ไม่มีรายละเอียดอยู่ในใบCFS ต้องดำเนินการขอใบใหม่
  • ใบ CFS มีอายุ1ปีหลังจากที่ขอ เมื่อหมดอายุต้องดำเนินเรื่องขอใหม่
  • ใบ CFS ไม่เกี่ยวข้องกับการรับรองประสิทธิภาพของสินค้า เป็นเพียงใบรับรองการผลิตเพื่อใช้เวลาส่งออก
  • ระยะเวลาในการขอใบ CFS 7-14วัน ในกรณีที่เอกสารครบถ้วน แต่บ้างครั้งอาจนานกว่านั้นตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณะสุข
  • โรงงานสามารถออกใบCFSให้ได้ แต่กฏหมายการนำเข้าไปขายของแต่ละประเทศลูกค้าต้องศึกษาเองด้วยครับ เช่น
    • บางประเทศเป็นประเทศมุสลิมต้องมีเครื่องหมาย ฮาลานเท่านั้น จึงขายสินค้าในประเทศเค้าได้ เช่น มาเลเซีย
    • แต่บางประเทศเป็นมุสลิมเหมือนกัน แต่เครื่องสำอางไม่ต้องมีเครื่องหมายฮาลานก็ขายได้ เช่น บาห์เรน
    • บางประเทศถ้าชื่อไม่ถูกกฏระเบียบเค้าก็ขายในประเทศเค้าไม่ได้ถึงแม้จะทำเอกสารที่ไทยผ่านไปแล้ว เช่น จีน
    • บางประเทศต้องการเอกสารอะไรในการขายในประเทศของเค้า ลูกค้าต้องศึกษาเองด้วยครับเพราะเราอาจรู้ไม่หมด
  • การขอใบ CFS ส่งออกที่ประเทศจีน ต้องใช้เอกสารดังนี้
    • สำเนาใบสั่งซื้อสินค้าและใบเสร็จรับเงินจากลูกค้าที่เคยสั่งซื้อในประเทศเป็นบิลVAT
    • หนังสือรับรองทะเบียนบริษัท ที่จดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย
    • หนังสือชี้แจง เรื่องการระบุข้อความ Has/Have been sold in Thailand

เกี่ยวกับการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ

  • ในการส่งออกหรือขายสินค้าในต่างประเทศ ต้องขอใบCFSก่อนทุกครั้ง
  • ในการส่งออก บริษัทจะจัดการเตรียมเอกสารที่ใช้ในการส่งออกให้ลูกค้า เช่น ใบCFS CoA MSDS Information ของสินค้า หรือตามแต่ละประเทศจะขอ แต่เรื่องการส่งออกลูกค้าต้องเป็นคนดำเนินการเองทั้งหมด
  • การส่งออก ลูกค้าจะเป็นคนดำเนินเรื่องเองทั้งหมด ทั้งการติดต่อบริษัทขนส่ง การทำใบ Invoidราคาสินค้า เอกสาร Form E และเอกสารอื่นๆ

เกี่ยวกับการขอโฆษณาเกินจริง

  • ในการโฆษณาสินค้าทุกช่องทาง ของลูกค้าที่จ้างผลิต ผู้จ้างผลิตต้องรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเอง จากการโฆษณาที่ออกไป เช่นค่าปรับจาก อย.ในกรณีโฆษณาเกินจริง

เกี่ยวกับการพัฒนาสูตรและการแกะสูตร

  • ในการจ้างพัฒนาสูตรและการแกะสูตร สูตรนั้นๆจะเป็นของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว บริษัทจะไม่นำสูตรที่พัฒนาหรือแกะสูตรไปขายให้กับลูกค้าท่านอื่นๆ
  • กรณีที่สูตรมีความคล้ายกัน แต่จะต่างกันในเรื่องสารที่ใส่ลงไป หรือสีหรือกลิ่น จะถือว่าเป็นสูตรใหม่โดยอัตโนมัติ
  • สูตรที่ลูกค้าจ้างแกะหรือพัฒนาสูตรขึ้นมา บริษัทจะบอกสารทุกตัวที่อยู่ในสูตรแก้ลูกค้า แต่จะไม่บอก%ของสารแต่ละตัวที่ใส่ลงไป เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าไปผลิตที่อื่น
  • สูตรที่ลูกค้าจ้างพัฒนาหรือแกะสูตรถ้าลูกค้าต้องการซื้อสูตรนั้น โดยมี%และและสารทุกตัวในสูตรบอกเพื่อนำไปผลิตเองและขั้นตอนวิธีการผลิต จะคิดราคาต่อสูตรที่50,000-100,000บาท ต่อสูตร

เกี่ยวกับสิทธิ์ในสินค้าที่ลูกค้าจ้างผลิต

  • สินค้าใดที่ลูกค้าจ้างผลิตขึ้นมา จะเป็นสูตรที่แกะหรือเป็นสูตรของบริษัท จะถือว่าเป็นของบริษัทผู้ผลิต แต่ไม่สามารถขายหรือให้ผู้อื่นขายได้  ตามสัญญาการผลิต
  • สินค้าใดที่ลูกค้าจ้างผลิตขึ้นมา จะเป็นสูตรที่แกะหรือเป็นสูตรของบริษัท ผู้ว่าจ้างผลิตมีสิทธิ์ขาย จำหน่าย ทำการตลาดและโฆษณาได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น

เกี่ยวกับสัญญาการผลิตสินค้า

  • การทำสัญญาจะทำเป็นรายครั้งในการผลิตแต่ละครั้ง และมีการเซ็นต์สัญญาผลิตในแต่ละLOT
  • จะทำสัญญาได้ก็ต่อเมื่อลูกค้าว่างมัดจำแล้วเท่านั้น

Recent Comments

Latest Comments section by users
user
Samso Nagaro

Lorem Ipsum is simply dummy text of the printing and typesetting industry. Lorem Ipsum has been the industry's standard dummy text ever since the 1500s, when an unknown printer took a galley of type and scrambled it

user
Jonty Andrews

Contrary to popular belief, Lorem Ipsum is not simply random text. It has roots in a piece of classical Latin literature from 45 BC, making it over 2000 years old. Richard McClintock, a Latin professor at Hampden-Sydney College in Virginia, looked up one of the more obscure Latin words, consectetur, from a Lorem Ipsum passage, and going through the cites

user
Sarah Tim

There are many variations of passages of Lorem Ipsum available, but the majority have suffered alteration in some form, by injected humour, or randomised words which don't look even slightly believable. If you are going to use a passage of Lorem Ipsum, you need to be sure

user
Samso Nagaro

It uses a dictionary of over 200 Latin words, combined with a handful of model sentence structures, to generate Lorem Ipsum which looks reasonable. The generated Lorem Ipsum is therefore always free from repetition, injected humour, or non-characteristic words etc.

Add a comment